ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ชีวิตออฟฟิศที่ยังหายใจ…แต่ไม่รู้สึก

  บางวันในออฟฟิศ มันไม่ได้เหนื่อยเพราะงานเยอะ แต่มันเหนื่อยเพราะความรู้สึกข้างในมันแน่นเกินไป เรานั่งอยู่หน้าจอเหมือนเดิม เปิดไฟล์เดิม ทำสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน มือยังพิมพ์ได้ตามปกติ สายตายังไล่อ่านตัวอักษรได้เหมือนเดิม แต่ข้างใน…มันไม่เหมือนเดิมเลย ความคิดมันลอยไปเรื่อยๆ วนอยู่กับคำถามเดิมซ้ำๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องอนาคต เรื่องชีวิต เราควรไปต่อดีไหม สิ่งที่ทำอยู่มันใช่หรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วเราควรเปลี่ยนอะไรบางอย่างไปนานแล้ว แต่สุดท้าย…เราก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม รอบตัวเต็มไปด้วยคน เสียงคีย์บอร์ด เสียงคุยงาน เสียงหัวเราะเบาๆ จากมุมใดมุมหนึ่ง ทุกคนดูปกติดี เหมือนกำลังใช้ชีวิตไปตามทางของตัวเอง แต่เรากลับรู้สึกเหมือนตัวเอง “หลุด” ออกจากจังหวะนั้น เหมือนกำลังอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงในหัวของเราเลย บางทีเราอยากเล่า อยากพูดออกไปตรงๆ ว่า “ช่วงนี้เราสับสนมากเลยว่ะ” “เราเหนื่อยนะ แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง” “เรารู้สึกเหมือนกำลังเสียเวลาไปเรื่อยๆ” แต่พอจะพูดจริงๆ มันกลับกลายเป็นแค่ “ก็โอเคนะ งานก็เรื่อยๆ” แล้วก็จบแค่นั้น ไม่ใช่เพราะไม่...

เมื่อหยุดอยู่กับที่ ในขณะที่คนอื่นก้าวไปข้างหน้า นั่นก็เหมือยผมกำลังถอยหลัง

ช่วงเวลาที่เรากำลังสับสน ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ เราอาจจะเสียเวลาโดยไม่รู้ตัว บางทีมันก็เหนื่อยเกินไปกับการแบกรับความรู้สึกมากมาย จนเราละเลยความรู้สึกตัวเอง ความฝัน แรงปรารถณา ถูกฝังกลบด้วยปัญหาร้อยแปดพันเก้าที่รุมเร้าเข้ามา และแน่นอนว่าบางคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็กกับการตัดสินใจง่ายๆเหล่านั้น แต่กับบางคนก็เป็นเรื่องชวนปวดหัว และไม่มีทางลงสำหรับปัญหาเหล่านั้น และสุดท้ายเราเสียเวลากับความยุ่งเหยิงในหัวมากเกินไป จนละเลยสิ่งที่ต้องทำในอันดับแรกๆไปเสียหมด ถ้าเป็นอย่างนัน ไหนๆก็เสียเวลาเปล่าประโยชน์ไปตั้งมากมาย เคยถามตัวเองแบบจริงจังไหม ว่าทำไมไม่ลองเต็มที่กับสิ่งอื่นๆบ้าง ในเมื่อมันก็ใช้เวลาเท่าๆกัน

เมื่อโปรแกรมเมอร์ไม่ชอบเขียนโค้ดอีกต่อไป

ในวันที่จิตใจเราเลือกหนทางใหม่ ในวันที่ทุกอย่างยังสับสนวุ่นวายเต็มหัว แต่สิ่งน่ากลัวไม่ใช่ "ทางเลือก" แต่มันคือ "ทางรอด" บางทีมันก็ยากนะ ที่จะตัดสินใจว่าสิ่งที่เลือกดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่!! เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากเหลือเกิน แม้มันจะมีรูปแบบที่ไม่แตกต่างกันนัก และพอจะคาดเดากรรมที่ตามมาก็ตามที และเมื่อวันนั้น วันที่จะต้องตัดสินใจ มาเร็วกว่าที่คิด เราอาจจะไม่ทันตั้งตัวเลยสักนิด ความคิดที่เคยเชื่อมั่นอาจจะสั่นคลอนลงอย่างง่ายดาย ความฝันที่ไม่เคยเริ่ม มันก็เป็นได้แค่ "ความเพ้อฝัน"

การสร้างตัวตนสำหรับโปรแกรมเมอร์ เป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยากนะ

สำหรับพวก Introvert อยากผม การออกหน้ากล้องหรือทำตัวให้เด่นนั้นเป็นไปได้ยากมากๆ ผมชอบเก็บตัว ผมไม่ได้ชอบสถานที่เงียบๆหรอกนะ ผมชอบแสงสีเสียง ชอบบรรยากาศแบบร้านกาแฟ แต่ไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายก็เท่านั้นเอง ดังนั้น การตลาดจึงเป็นเรื่องฝืนธรรมชาติมากๆ อยากให้โปรแกรมขายดี แต่การตลาดไม่ได้เรื่อง การจะยิงแอดอย่างเดียวมันได้ผลน้อยนิดมากๆ สุดท้าย สิ่งที่จะทำได้คงเป็นการฝืนธรรมชาติ เอาตัวเองออกมาคลุกคลีกับคนให้มากๆ ออกหน้ากล้องบ่อยๆ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะช่วยคอนเฟิร์มกับลูกค้าว่า เราใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันแน่นอน

เราใช้เวลา 20 ปีกับการเรียน ใช้เวลา 20 ปีสำหรับทำงาน และ 20 ปีสำหรับท่องเที่ยว และอาจจะเหลือไม่ถึง 20 ปี สำหรับพักผ่อน

เมื่อผมทำงานมาสิบกว่าปี ก็ได้ค้นพบว่าเวลาสำหรับท่องเที่ยวใกล้เข้ามาแล้ว แต่สถานะการเงินกลับอยู่ที่เดิม แปลกมากที่สมาการเงินเดือนของผมก็คือ เดบิต = เครดิต บางเดือนหนักหน่อย เครดิตยาวเป็นหางว่าวกันเลยทีเดียว คำว่าอิสระภาพทางการเงิน ค่อยๆชัดเจนขึ้น อต่หนทางมันไม่ง่ายเหมือนที่คิด เพราะการเอาชนะใจตัวเองไม่ง่ายเลย เงื่อนไขต่างๆ อุปสรรคภายในใจ เรื่องราวภายนอกที่คอยกวนจิตกวนใจ คนทุกคนรู้ว่าจะประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร แต่การเริ่มลงมือทำ มันยากเย็นเหลือเกิน

ดีใจที่จมูกยังได้กลิ่น

วันนี้ตื่นขึ้นมาเช้ากว่าปกติ เพราะเสียงรบกวนจากไก่ที่ตีปีกขันอยู่ใต้ถุนบ้าน ที่ต่างจากทุกวันคือมันน่าจะเกาะอยู่บนแผ่นกระดานที่ดังกระทบบ้านทุกครั้งที่ตีปีกขัน ถนนชุ่มช่ำด้วยสายฝนจากพายุเมื่อคืน ดอกมะม่วงปลิวไสวเต็มทางเดิน ใช่แล้วล่ะ กลิ่นหอมที่เหมือนกลิ่นดอกไม้ที่โชยมาน่าจะมาจากช่อดอกมะม่วงนี้เอง นึกอยู่ในใจตั้งนานตอนเดินออกมานอกบ้าน กลิ่นมันพาให้จินตนาการว่าเหมือนมีฝูงผึ้งมากมายกำลังบินรายล้อมรอบตัว หลังจากได้กาแฟซองสำเร็จรูปจากร้านขายของชำอยู่ไม่ห่างจากบ้าน เมื่อเหลือบมองไปที่ซองกาแฟในมือ ก็พลันคิดถึง Podcast เรื่องหนึ่งที่บอกว่า "คุณรู้ไหม คู่แข่งของกาแฟสำเร็จรูป ไม่ใช่กาแฟยี่ห้ออื่นที่เหมือนๆกันนะ แต่กลายเป็นพวกเครื่องดื่มชูกำลังต่างหาก" และอีกหลายตัวอย่างที่ทำให้ได้ฉุดคิดว่า "มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ" #คู่แข่ง อาจไม่ใช่คนที่สร้าง #Product แบบเดียวกับเรา แต่อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถช่วงชิงเงินออกจาก #ลูกค้า ที่เป็น #กลุ่มเป้าหมาย ของเราก็เป็นได้ ยิ่งถ้าลูกค้าของเราเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยแล้วล่ะก็ จะมีข้อจำกัดหนึ่งก็คือ แต่ละเดือนจะ #ไม่สามารถ...

การจดบันทึก จะช่วยให้สมองทำงานเบาลง

เมื่อย้อนกลับไปวันวาน ช่วงเวลาหนึ่งที่ไฟในใจยังลุกโชน สังเกตว่ามีหลายอย่างที่เราอยากจะทำให้สำเร็จ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิ่งก็รุมเร้าใจ จนสุดท้ายก็หลงลืมเรื่องราวที่ค้างคาใจไปเสียสิ้น ดังนั้น การจดบันทึกจึงน่าจะเป็นสิ่งเตือนใจได้ดีที่สุด เพื่อให้เวลากลับมาอ่านทบทวนแล้ว เปลวไฟที่ใกล้มอดจักลับมาลุกโชนสว่างไสวอีกครั้งหนึ่ง วิธีการจดบันทึกแบบ บูโจ https://youtu.be/Hp3dryIqLjY

PHP CI MANIA