ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ชีวิตโปรแกรมเมอร์

ดีใจที่จมูกยังได้กลิ่น

วันนี้ตื่นขึ้นมาเช้ากว่าปกติ เพราะเสียงรบกวนจากไก่ที่ตีปีกขันอยู่ใต้ถุนบ้าน ที่ต่างจากทุกวันคือมันน่าจะเกาะอยู่บนแผ่นกระดานที่ดังกระทบบ้านทุกครั้งที่ตีปีกขัน ถนนชุ่มช่ำด้วยสายฝนจากพายุเมื่อคืน ดอกมะม่วงปลิวไสวเต็มทางเดิน ใช่แล้วล่ะ กลิ่นหอมที่เหมือนกลิ่นดอกไม้ที่โชยมาน่าจะมาจากช่อดอกมะม่วงนี้เอง นึกอยู่ในใจตั้งนานตอนเดินออกมานอกบ้าน กลิ่นมันพาให้จินตนาการว่าเหมือนมีฝูงผึ้งมากมายกำลังบินรายล้อมรอบตัว หลังจากได้กาแฟซองสำเร็จรูปจากร้านขายของชำอยู่ไม่ห่างจากบ้าน เมื่อเหลือบมองไปที่ซองกาแฟในมือ ก็พลันคิดถึง Podcast เรื่องหนึ่งที่บอกว่า "คุณรู้ไหม คู่แข่งของกาแฟสำเร็จรูป ไม่ใช่กาแฟยี่ห้ออื่นที่เหมือนๆกันนะ แต่กลายเป็นพวกเครื่องดื่มชูกำลังต่างหาก" และอีกหลายตัวอย่างที่ทำให้ได้ฉุดคิดว่า "มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ" #คู่แข่ง อาจไม่ใช่คนที่สร้าง #Product แบบเดียวกับเรา แต่อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถช่วงชิงเงินออกจาก #ลูกค้า ที่เป็น #กลุ่มเป้าหมาย ของเราก็เป็นได้ ยิ่งถ้าลูกค้าของเราเป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยแล้วล่ะก็ จะมีข้อจำกัดหนึ่งก็คือ แต่ละเดือนจะ #ไม่สามารถ...

PHP OOP เบื้องต้น (ผมว่าผมเกือบจะเข้าใจแล้วล่ะ - ^ ^ -)

PHP OOP เรื่องของ  Object-oriented programming เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาศึกษา แม้ทุกวันนี้เหมือนตัวผมจะเข้าใจมัน แต่เอาเข้าจริงๆ เวลาถามคำถามกลับตอบอะไรไม่ได้เลย ถึงแม้จะพอเข้าใจใน PHP OOP เบื้องต้น แต่ส่วนที่เป็นแก่นของ OOP ก็ยังเข้าไม่ถึงอยู่ดี โดยเฉพาะ  Abstract Class และ  Interface คืออะไร? ทุกวันนี้ยังคงต้องค้นหา Google เพื่อแปลความหมายและอ่านคำอธิบายอยู่เรื่อย ถึงกระนั้น ก็ยังพอมีความรู้ความเข้าใจได้เอามาบอกต่อกันอยู่บ้าง วันนี้จะมาพูดถึงเรื่ององ Access Modifier  ซึ่งสำคัญทีเดียวในการเขียน OOP เพราะถ้าไม่เข้าใจ อาจจะทำให้งุนงงกับการ Error ที่เหมือนไม่มีอะไรให้ error ในเวลาที่เรียกใช้  property หรือ method ที่ไม่อนุญาตให้เข้าถึงได้ ใน PHP จะมี  visibility keyword เพื่อกำหนดการเข้าถึง ตัวแปร ( property ) หรือ ฟังก์ชั่น (method) ด้วยกันทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน คือ  private ,  protected ,  public และความเข้มงวดในการป้องกันการเข้าถึงของ ตัวแปรในคลาส  (property )  กับ ฟังก์ชั่น ( method ) จะต่างกันเล็กน้อย  property  จะเข้าถ...

เพราะมีสิ่งที่อยากทำมากเกินไป ผมจึงไม่ได้มีแผนการที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ

       เผลอแป๊บเดียวก็ล่วงเลยมากลางเดือนมกราคม เดือนแรกของปี 2021 แล้วสิ ปณิธานที่ตั้งใจอย่างแรงกล้าพอผ่านมาแค่สองสัปดาห์แทบจะไม่มีเหลือ เหตุผลหลักเรามักจะโยนความผิดให้งานประจำที่พรากเวลา 8 ชม. ต่อวันของเราไป และจำเลยต่อมาก็จะเป็นงานจุกจิกรอบตัว  ธุระประปรัง ที่ต้องทำเมื่อมีเวลาว่าง และจำเลยตัวที่ร้ายกาจที่สุดก็คือ " ความอยาก " ไม่ว่าจะอยากสังสรรค์ อยากไปเที่ยวผ่อนคลาย หรืออยากดูหนังฟังเพลงสบายๆ แล้วแล้วแต่ใช้เวลาของเราไปจนหมดสิ้น ดังนั้นสิ่งที่จะต้องต่อสู้ ณ ขณะนี้ก็คือ " ใจตัวเอง " เป้าหมาย 2564 1) เขียนหนังสือ 2 เล่ม  2) เริ่มต้นสร้างคอร์สเรียนออนไลน์ 3) พัฒนาเครื่องมือเขียนโค้ดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และทั้งสามสิ่งนี้คือการเริ่มต้นก้าวแรกของการเดินบนทางที่แตกต่างออกไป อ่านเรื่องราวการโฟกัสเป้าหมายเพื่อความสำเร็จได้ที่ https://thestandard.co/5-prioritization-tips-to-achieve-goals/ ราคาสุดคุ้ม    http://fastcoding.phpcodemania.com

แม้ Best place ไม่ใช่สถานที่ แต่คือ ผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา แต่งบางทีสถานที่ดีก็สำคัญไม่น้อยทีเดียว

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็จะเข้าใจชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีสิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นก็กลับแปรเปลี่ยนไป สถานที่ที่เคยมีความสุขสบาย ก็เริ่มทำให้ทุกข์ใจ บรรยากาศการทำงานสำคัญมาก ยิ่งเริ่มต้นเช้าวันใหม่โดยเฉพาะวันจันทร์ ยิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่หลายครั้ง บรรยากาศดีก็ถูกพรากไปด้วยความวุ่นวายของผู้คนในที่ทำงาน

โปรแกรมเมอร์ PHP กับการเปลี่ยนงาน

สำหรับการเริ่มต้นเขียนเว็บแอพพลิเคชั่น เราเริ่มจาก HTML, CSS, JAVASCRIPT และ PHP จนสามารถพัฒนาระบบได้ตาม Workshop ที่สอนในหนังสือ และถ้าเราพร้อมที่จะเขียนโปรแกรมตามความต้องการของคนอื่นได้ นั่นก็แสดงว่าเราพร้อมแล้วที่จะทำงาน แต่เดี๋ยวนี้โลกเทคโนโลยีหมุนไปไวมาก จากที่ Framework เป็นอะไรที่ไกลตัว จะใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ ก็กลับกลายเป็นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียนรู้เอาไว้ เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะการรับสมัครงานในแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะระบุเลยว่าต้องการ "PHP Laravel" หรือ จะพิจารณาเป็นพิเศษ นั่นหมายความ ถ้าเราเขียนได้ ย่อมมีโอกาสได้งานสูงแน่นอน จากที่เคยคิดว่ารู้จัก CodeIgniter Framework ก็พอแล้ว แต่พอเริ่มมีความรู้สึกอยากเปลี่ยนงานก็ต้องตกใจ ส่วนใหญ่ถามหา Laravel เป็นส่วนมากแล้วจากที่เคยมั่นใจในฝีมือตัวเองก็กลับกลายเป็นขาดความมั่นใจไปเลย จนคิดว่าต้องลุกขึ้นมาเรียนรู้อย่างจริงๆจังๆกับเขาบ้าง เพื่อความอยู่รอดในสายอาชีพต่อไป แต่หากใครที่สามารถรับงานเองได้ ก็คิดว่าน่าจะไม่เป็นปัญหา เพราะอิสระที่จะเลือกใช้ Framework ของตัวเองอยู่แล้ว ตรงนี้ก็คงต้องพิจารณาถึงความจำเป็นของแต่ละ...

[Programmers Diary] Day 12 : การทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม

วันก่อนผมได้ดูคลิปวิดีโอสั้นๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น เขาได้บอกไว้ว่า "ในแต่ละวัน คนเราต้องพยายามทำในสิ่งที่แตกต่างจากเดิม" เพราะหากเรายังคงใช้ชีวิตแบบเดิมๆ บทสรุปก็คงไม่ต่างจากเดิม ...ผมเริ่มจากตรงไหน... ก็เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ง่ายๆ เลือกที่จะซื้อของจากร้านที่ไม่ซ้ำกัน จะชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แพงกว่ากันบ้างก็ช่างมัน เพื่อสัมผัสกับความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิม เลือกเดินทางกลับบ้านด้วยเส้นทางอื่นๆ เพื่อให้แต่ละวันที่กลับบ้านจะได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ที่ไม่ซ้ำกัน เลือกที่จะแวะซื้อของอะไรสักอย่างทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องไม่แวะร้านเดิมติดต่อกัน พยายามออกกำลังกายให้มากขึ้น โดยในแต่ละวันจะเน้นกล้ามเนื้อคนละส่วนกัน แขนบ้าง หน้าท้องบ้าง หัวไหล่บ้าง และมีอะไรอีกที่ผมควรจะเริ่มทำอย่างจริงๆจังๆ คงจะเป็นการเขียน JS ที่หลากหลายขึ้นและทำคลิปสอนเขียนโปรแกรมให้บ่อยขึ้น

นับถอยหลัง อัพเกรดตัวเองใน 6 เดือน กับ ชีวิตโปรแกรมเมอร์ก้าวใหม่ [Programmers Diary]

นับถอยหลัง อัพเกรดตัวเองใน 6 เดือน ว่ากันว่า คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันทำอะไร สำหรับคนที่ทำงานประจำไม่จำเป็นก็ลาออกก็ประสบความสำเร็จได้โดยการแบ่งเวลา 8 ชั่วโมงสำหรับพักผ่อนนอนหลับ 8 ชั่วโมงสำหรับทำงานประจำ 8 ชั่วโมงส่วนที่ 3 คือส่วนที่ใช้เปลี่ยนชีวิตของเรา แต่สำหรับผมใน 8 ชั่วโมงส่วนที่ 3 ของแต่ละคนนี้ ยังมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปอีกด้วย สำหรับตัวผม แบ่งเป็น 2 ชั่วโมงสำหรับเดินทาง (รวมกันทั้งขาไปและขากลับ) 1-2 ชั่วโมงสำหรับอาหาร 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น  ขึ้นอยู่กับว่าวันไหนจะใช้เวลามากหรือน้อย) 1 ชั่วโมงสำหรับการอาบน้ำแต่งตัว (ทั้งตอนเช้า และตอนเย็น) จะเห็นว่าผมใช้ไปแล้ว 5 ชั่วโมงโดยประมาณ จาก 8 ชั่วโมงที่เหลือในแต่ละวัน ดังนั้นผมจะเหลือเวลาเปลี่ยนชีวิตตัวเองจริงๆ แค่ 3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ต่อจากนี้ไปอีก 6 เดือน กับเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน หากผมต้องการพัฒนาตัวเองจริงๆแล้วล่ะก็ อาจจะหมายถึงว่า ผมต้องตัดทุกสิ่งออกจากชีวิตไปเลยก็ว่าได้ หรืออาจจะต้องปรับแต่งระยะเวลาในแต่ละกิจกรรมให้น้อยลง เช่น นอน 6 ชั่วโมง  ก็จะได้เวลาเพิ่ม...

โปรแกรมเมอร์กับความย้อนแย้งในตัวเอง

       ตัวผมเองก็มักจะเกิดปัญหาเรื่องความ ย้อนแย้ง ในตัวเองเช่นกัน "เพราะคนเรามักจะอยากได้ในบางสิ่งโดยที่ไม่ต้องการจะทำบางอย่าง" แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อหนทางมันมีให้เดินเช่นนั้น ขั้นตอนมันต้องเป็นไปตามนั้น        "วิธีลัด" ผมคิดว่าน่าจะเป็นคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนก็ยิ่งใหญ่และเติบโตมาได้ด้วยการอาศัยทางลัด ซึ่งบอกไม่ได้ว่าทางลัดของแต่ละคนที่นำมาใช้เพื่อจุดหมายปลายทางนั้น เป็นการกระทำโดยชอบหรือโดยมิชอบ        ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ลูกทุ่ง หรือเขียนโปรแกรมด้วยหลักการบ้านๆ มาแล้ว 5 ปี ผมไม่รู้หรอกว่าในเมืองหลวง หรือตามเมืองใหญ่ๆ เขาเขียนโปรแกรมกันอย่างไรบ้าง ต้องจัดทำเอกสารขั้นตอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์อย่างไร ผมจึงเฝ้าติดตามโปรแกรมเมอร์ที่มีชื่อเสียงหลายๆท่านมาโดยตลอด        "เรื่องไหนทำได้ก็พยายามทำ เรื่องไหนทำไม่ได้ก็จำเป็นต้องปล่อยผ่านไป" มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะฝึกและทำให้ได้แบบที่เขาเขียนเป็นแนวทางมาให้เรา แต่ก็ดีที่ได้พยายามอยู่บ้างแต่ไม่ว่าอย่างไรเสีย ...

ชีวิตโปรแกรมเมอร์เมื่อเจอเหตุการณ์สุดคลาสสิกต่างๆ จะเป็นอย่างไร

มาที่เรื่อง "ของความรัก" กับชีวิตโปรแกรมเมอร์บ้าง

มาที่เรื่อง "ของความรัก" กับชีวิตโปรแกรมเมอร์บ้าง มีโปรแกรมเมอร์ท่านหนึ่งถามว่า "คิดยังไงกับโปรแกรมเมอร์ที่เป็นผู้หญิง ในแง่ของความรักคะ" คำถามว่าทำไม? ผมตอบได้ในทันที (เหมือนโชกโชนในเรื่องความรัก แต่เปล่าเลย) ว่าเป็นเรื่องของการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน!!! โปรแกรมเมอร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเวลาเป็นของตัวเองครับ ดังนั้นประเด็นนี้สำคัญมาก ผมยังเกรงๆอยู่เลยว่า วันหนึ่งเกิดภรรยาผมยั๊วะขึ้นมาก ทั้งคอมฯทั้งคน อาจจะได้กระเด็นออกไปนอกบ้าน มีเรื่อง ขำๆ มาเล่าให้ฟัง (โครตเจ็บปวด) "นี่ตะเองๆ ตะเองรักเค้ามากมั้ยอ่ะ?" ผมนี่ตอบด้วยการกลั่นความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ พยายามคำนวณอารมณ์น้ำเสียง คำที่คาดหวังว่าจะได้ยินจากเรา แล้วก็ตอบไปอย่างหวานซึ้ง แต่!! ประโยคคำถามต่อมาเล่นเอาผมสตั๊นไป 3 วินาที "แล้ววันๆ อยู่แต่กับคอมฯ กลางคืนก็ไม่หลับไม่นอนนี่หมายความว่าไงอ่ะ ไปแต่งงานใหม่กับคอมฯเลยมั้ย??" O_o!! ผมนี้รีบปิดไฟเข้านอนเลยครับ อ่านเรื่องราวชีวิตโปรแกรมเมอร์ท่านอื่นๆได้ที่ "คิดยังไงกับโปรแกรมเมอร์ที่เป็นผู้หญิง ในแง่ของความรักคะ" ...

อยากเขียนโปรแกรมให้เก่ง ต้องทำอย่างไร?

ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องเจอคำถามนี้ในใจสักวันหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่าคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคนคือข้อใด แต่เชื่อไหมครับ "ใครๆก็เขียนโปรแกรมได้" ประโยคด้านบนนี้ผมเลียนแบบมาจากแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งครับ ที่หนูเป็นพ่อครัวตัวจิ๋วคอยทำอาหารอยู่หลังครัว และวันหนึ่งโลกก็ได้พบกับความจริงว่า "ใครๆก็ทำอาหารได้" แน่นอนครับ "รสชาติ" ต้องต่างกันตามสไตล์ของใครของมัน เพื่อนผมคนหนึ่ง เขียนโปรแกรมไม่เป็น ตอนเรียนอยู่วิศวะกรรมซอร์ฟแวร์ พอดีแฟนเจอวิชาที่ให้ออกแบบเว็บไซต์ก็ยังต้องส่งให้ผมช่วยทำให้ เจอวิชา PHP เว็บแอพฯ ก็ให้ผมช่วยติวให้ จบมาผมเป็นโปรแกรมเมอร์ เขาไปเป็นฝ่ายไอที แต่เรื่องราวกลัับกันครับ เดี๋ยวนี้เพื่อนผมผันตัวเองไปเป็น Database Admin เขียน SQL ระดับเทพไปแล้ว ไม่แน่ว่าเว็บแอพฯอาจจะไปไกลกว่าผมแล้วก็เป็นได้ และสุดท้ายนี้ขอบอกว่าไม่ใช่แค่เพื่อนคนนี้คนเดียวนะครับ ยังมีอีกหลายคน บางคนก็จบวิศวะโทรคมนาคม แต่เดี๋ยวนี้เขียนโปรแกรมเป็นว่าเล่นเลยครับ สู้ต่อไปครับ เพื่อนพ้องพี่น้องสายไอทีทุกท่าน -------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวการเขียนโปร...

ระบบฐานข้อมูล เป็นเรื่องสำคัญไม่ว่า จะไปไหนฐานข้อมูลทั้งนั้น

เห็นมีคนบ่นกันไปหลายคนเมื่อหลายปีก่อน ผ่านมาปีสองปี เดี๋ยวนี้โปรแกรมเมอร์ล้นเมืองรึยังก็ไม่แน่ใจ คำพูดหนึ่งของเจ้าของกระทูโดนใจผมมากๆ "ระบบฐานข้อมูล เป็นเรื่องสำคัญไม่ว่า จะไปไหนฐานข้อมูลทั้งนั้น" เพราะถ้าออกแบบฐานข้อมูลไม่ได้หรือออกแบบไม่ดี การเขียนโค๊ดก็ยากขึ้น จนถึงไม่สามารถเริ่มเขียนโค๊ดสักบรรทัดเดียวเลย มาให้ความสำคัญกับการออกแบบฐานข้อมูลกันดีกว่า ^^" http://pantip.com/topic/30285061

แนะนำลิงค์ข้อมูลสำหรับทำระบบ Diary ด้วย PHP

สำหรับสมาชิกเพจที่สอบถามมาหลังไมค์เรื่อง PHP สร้าง ไดอะรี่ ผมลองค้นหาแล้วเจอแต่โค๊ดตัวนี้นะครับ http://www.phpdevthailand.com/archive/59 คำค้นหาก็คื "php diary" ถ้าเจอแต่ภาษาฝรั่งก็ลองค้นแบบเฉพาะภาษาไทยดู สำหรับการเลือกวันที่แบบป๊อบอัพปฏิทินขึ้นมาให้ลองใช้ jQuery ช่วยดูนครับ ค้นด้วยคำว่า "php jquery datepicker" http://www.thaicreate.com/community/jquery-datepicker.html และที่ต้องการค้นหาแบบ Autocomplete ก็ใช้ jQuery อีกเช่นกันครับ แล้วเลื่อนหาบทความภาษาไทยนะครับ ค้นหาด้วยคำว่า "php jquery autocomplete" ประยุกต์ ใช้งาน jquery ui autocomplete ร่วมกับฐานข้อมูล อย่างง่าย และขอมาคอนเฟิร์มอีกครั้งว่าหาได้เท่านี้ครับ โค๊ดระบบ PHP Diary http://www.phpdevthailand.com/archive/59 จริงๆแล้วระบบหลักหรือโค๊ด PHP มีไม่มากครับ หลักการโดยรวมก็คือ บันทึก -> แสดง -> แก้ไข -> ถังขยะ แต่ความต้องการของผู้ใช้ระบบ อันนี้จะต่างกัน เราต้องหาเทคนิคที่ตอบโจทย์เองครับ การนำระบบของคนอื่นมาใช้จะค่อนข้างใหญ่และซับซ้อน จะทำให้เราต้องเหนื่อยกว่าเก่าก็เป็นได...

ผมเป็น Developer ที่ทำงานช้า และปัญหาก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้!!

เจอบทความเก่าๆ น่าสนใจ ปัญหาของผมคือ เรื่อง Context Switching อย่างเดียวเลย ผมไม่ได้ทำงานเป็นทีม ฉายเดี่ยวตลอด แต่ปัญหาคือออฟฟิศผมเป็นสถานที่ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คน ผมนี้ทำงานเหมือน ทรานซิสเตอร์ สวิชชิ่ง เลยครับ ใครสะกิดก่อน ก็ทำงานให้ก่อน http://www.somkiat.cc/developer-slow/

โปรแกรมเมอร์ชิวๆ "ถึงผมจะส่งงานช้า แต่ผมไม่เคยเบี้ยวงาน"

เล่นบาสฯวันละ 2 ชั่วโมง กลับถึงบ้านกินข้าวสลบเหมือด ตื่นมาอาบน้ำซดกาแฟ เครื่องดื่ม แล้วนั่งทำงานอย่างสดชื่น =_=" ....ตึ๊ง ดึ่ง ..... "น้องคะ งานค้างมาหลายวันแล้วนะคะ ได้คุยกับหัวหน้าโปรเจ็กต์รึยังคะ เห็นเขาบ่นถึงบ่อยๆ" "อ่อ ยังไม่ได้คุยเลยครับ แต่งานผมเคลียร์จะเสร็จแล้วนะครับ" "ขอบคุณค่ะ" หลายอึดใจต่อมา ....ตึ้ง ดึ่ง.... "ยุ่งอยู่มั้ยครับ ถ้าเสาร์ อาทิตย์ไม่ไปไหนผมมีงาน PDF ให้ช่วยทำหน่อยครับ" (ผมได้แต่คิดในใจ ส่งงานใหม่มากดดันผมใช่ไหมเนี่ย) ....และสิ่งที่ผมตอบกลับไปก็คือ.... "ว่างครับ ส่งมาได้เลย" ‪#‎ หยาดเหงื่อทุกหยดเพื่อให้ได้ซดกาแฟ‬

ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ระดับ System ยังคงเป็นเพียง Process เล็กๆเท่านั้น

"ผมยังคงเรียกตัวเองว่าโปรแกรมเมอร์" ผมยังคงไม่สุงสิง ไม่ค่อยพูดคุยกับใครเท่าไหร่นัก แต่ผมเป็นคนเฮฮา และปล่อยมุขตลกอยู่เสมอๆ ยกเว้นเวลาที่ผมต้องแก้บั๊ก หรือต้องเขียนโค๊ดเรียกรายงานแบบด่วนพิเศษเท่านั้น ที่วันทั้งวันจะอยู่ที่หน้าจอไม่เอ่ยปากใดๆ กับใครเลย "ผมไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ที่เก่งกาจ แต่เป็นโปรแกรมเมอร์จริงๆ" ผมเขียนโปรแกรมได้อยู่สองแพลตฟอร์ม และพยายามจะอัพเกรดตัวเองไปจับจาวาหรือไพธอน แต่ก็ยังไม่สำเร็จ งานหลักของผมทุกวันนี้คือเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดูแลโปรแกรมเล็กๆของหน่วยงาน แค่ตัวสองตัวที่รันอยู่บนวินโดวส์เก่าๆ เป็นภาษาที่ทุกคนเลิกใช้ไปนานแล้ว แต่การเปลี่ยนถ่ายไปภาษาที่ใหม่กว่าไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างที่รู้ๆกัน มันเท่ากับต้องเขียนใหม่ทั้งหมดนั่นเอง "เป็นโปรแกรมเมอร์ 100% ที่ไม่เก่งด้านดีไซน์เลยสักนิด" แม้กระนั่นผมก็ยังคงต้องดูแลหน้าตาเว็บไซต์ให้ดูเป็นระเบียบสวยงาม ภาษาที่สองของผมก็คืองานด้านเว็บไซต์นี่เอง ผมถนัดโค๊ด PHP ถ้าถามว่าถนัดระดับไหน ก็อยู่ในระดับที่สามารถเขียนโปรแกรม PHP โดยถอดจากระบบเดิมที่รันบนวินโดวส์ออกมาได้นะ แต่ก็ยังไม่เก่งด้าน Secur...

PHP CI MANIA